ใครกันแน่ดีใครกันแน่ได้! “4 ทีมพรีเมียร์ลีก” เล็งซิว “เบล็อตติ” ซัมเมอร์นี้

เชลซี, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด และก็ เอฟเวอร์ตัน ตกเป็นข่าวว่าต่างกำลังให้ความสนใจ อันเดรีย เบล็อตว่ากล่าว แนวรุกคนสำคัญของ โตริโน่ ที่อิตาลี

เบล็อตว่ากล่าว เคยมีชื่อเสียงเป็นดอกไม้เพลิงแตกข้างหลังยิงประตูถล่มทลายกับ โตริโน่ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ โดยเคยมีข่าวพัวกันกับ เชลซี และก็ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้ว

อย่างไรก็แล้วแต่ ปัจจุบันนี้หัวหอกกลุ่มชาติอิตาลีก็ยังคงอยู่กับ โตริโน่ และก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการตั้งให้เป็นกัปตันกลุ่มชุดปัจจุบันนี้

ปัจจุบัน สปอร์ตส์ อิลลัสเทรต สื่อกีฬาดัง แถลงการณ์ว่า 4 กลุ่มดังพรีเมียร์ลีก เชลซี, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด และก็ เอฟเวอร์ตัน ต่างต้องการคว้าตัวศูนย์หน้าวัย 27 ปีในตอนซัมเมอร์นี้ โดยคาดว่าเจ้าตัวมีราคาอยู่ที่ 85 ล้านปอนด์

เรอัล มาดริด 3-1 หงส์แดง : เชือดทุกความเป็นไปหลังศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เลกแรก

การแข่งขันชิงชัย : ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบ 8 กลุ่มในที่สุด 2020/21
คืนวันอังคารที่ 6 เมษายน 2021

เรอัล มาดริด 3-1 ลิเวอร์พูล

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน

1. เกอิต้า เปลี่ยนเป็นการตัดสินใจที่บกพร่องของ คล็อปป์
เยอร์เก้น คล็อปป์ เลือกที่จะดร็อป ติอาโก้ อัลคันทารา จากตำแหน่งมิดฟิลด์โดยส่ง นาบี เกอิต้า ออกสตาร์ทแทนที่โดยเดาว่านายใหญ่ชาว เยอรมัน หวังจะใช้ความแข็งแกร่งของมิดฟิลด์กลุ่มชาติ กินี บดบี้กับแผงมิดฟิลด์เชิงสูงของ เรอัล มาดริด

แต่แนวทางของ คล็อปป์ มิได้เป็นไปเหมือนอย่างที่คิดเมื่อเจ้าถิ่นใช้ทีเด็ดในการวางบอลยาวของ โทนี โครส ผ่านแผงมิดฟิลด์รวมทั้งแนวรับกระทั่งเป็นต้นเหตุของการได้ทั้ง 2 ประตูในครึ่งแรกโดยที่ เกอิต้า เกือบจะมิได้มีหน้าที่กับกลุ่มเลยทั้งเกมรับรวมทั้งเกมรุก

หากแม้ผู้จัดการทีมเฮฟวีเมทัลจะตกลงใจอย่างเด็ดขาดสลับตัว เกอิต้า ออกจากสนามตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกแทนที่โดย ติอาโก้ แต่เปลี่ยนเป็นสายไปเสียแล้วเมื่อกลุ่มตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ประตู

2. ไลน์แนวรับสูงถูกเผาเครื่อง
หากแม้ ลิเวอร์พูล จะเป็นกลุ่มกลุ่มเยือนรวมทั้งขาดเซ็นเตอร์แบ็คคีย์แมนทำงานแต่พวกเขายังคงดันไลน์แนวรับลอยสูงเช่นเคย แต่ว่าความพยายามที่จะบีบพื้นที่ เรอัล มาดริด เพื่อพวกเขาพบกับความยากลำบากในการเซ็ตเกมกลับไม่เป็นผลรวมทั้งเปลี่ยนเป็นจุดที่เจ้าถิ่นใช้ทำร้าย เร้ดแมชีน จนได้ 2 ประตูก่อนจบครึ่งแรก

3. ครึ่งแรกที่ไม่เอาอ่าว
ลิเวอร์พูล จบครึ่งแรกด้วยสถิติการพยายามยิงประตูเท่ากับ 0 นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นพับ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 โดยเกมก่อนหน้าที่ผ่านมาที่พวกเขามิได้ได้โอกาสสับไกยิงในครึ่งแรกเลยเกิดขึ้นในการพบกับ เรอัล มาดริด ด้วยเช่นกันช่วงเวลาที่การเสีย 2 ประตูในครึ่งแรกของรอบน็อคเอาท์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ ลิเวอร์พูล เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 ที่พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลัง เอซี มิลาน ในนัดหมายชิงแชมป์ 3-0

4. ทีเด็ดจากริมเส้นที่หายไป
นอกเหนือจาก นาบี เกอิต้า ที่ตกเป็นเป้าจากฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวในเกมนี้ แข้งอีก 2 รายที่น่าผิดหวังสุดๆหนีไม่พ้นฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน

ร็อบโบ้ เกือบจะหายไปจากเกมในครึ่งแรกเมื่อเจ้าของบ้านเน้นย้ำเกมรุกที่อีกฝั่งโดยจอมบุกกลุ่มชาติ สกอตแลนด์ มิได้เขยื้อนเพิ่มเติมเกมรุกเลยก่อนจะกระเตื้องขึ้นมาบ้างในครึ่งหลัง แต่ว่าไม่ดีพอที่จะประดิษฐ์จังหวะลุ้นทำประตูให้กับสหายร่วมกลุ่ม

ช่วงเวลาที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับการคาดหวังว่าจะสามารถสานต่อฟอร์มการเล่นจากเกมที่กลุ่มเอาชนะ อาร์เซนอล 3-0 จากลูกครอสระดับเวิลด์คลาสของเจ้าตัวแต่เปลี่ยนเป็นว่าเขาถูกเผาเครื่องในเกมรับครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะพลาดมหันต์กับช็อตเพียรพยายามโหม่งคืนหลังไปเข้าทาง มาร์หรูหรา อเซนซิโอ พังประตู 2-0 ก่อนจบครึ่งแรก

5. ลุ้นอีกเฮือกจากอเวย์โกล
ให้ภายหลังการตกเป็นฝ่ายตาม 2 ประตูเมื่อจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายกลับมาเริ่มต้นครึ่งหลังได้อย่างกระตือรือล้นก่อนที่ลูกยิงไถลของ ดิโอหรูหรา โชต้า จะไปเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ล่อเป้าในระยะเผาขนเป็นประตูตีไข่แตกตั้งแต่นาทีที่ 51 แต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมดัขี้งกล่าวเอาไว้ได้รวมทั้งเปลี่ยนเป็น วินิซิอุส ที่ฆ่าประตู 3-1 อีกราว 10 นาทีถัดมา

ที่น่าผิดหวังนอกเหนือจากนั้นสำหรับ เดอะค็อป คือจังหวะการได้ประตูของ ซาลาห์ จากลูกที่อาศัยโชคเข้าข้างเปลี่ยนเป็นเพียงแค่ครั้งเดียวที่พวกเขายิงตรงกรอบในเกมนี้จากจังหวะทั้งปวง 7 ครั้ง

แต่หากแม้ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะเป็นฝ่ายผิดหวังในเลกแรกแต่ว่าถ้าเกิดมองโลกในแง่ดีสุดๆพวกเขายังมีประตูกลุ่มเยือนกักตุนเอาไว้ 1 ลูก เหลือแค่การกลับไปใส่เต็มดูดในรัง แอนฟิลด์ เลกที่ 2 แค่นั้น

โดดร่วมวงล่าตัว! ลิเวอร์พูล สนคว้า “โอเดการ์ด” เสริมกองทัพซัมเมอร์นี้

ลิเวอร์พูล ทีมดังในศึก พรีเมียร์ลีก กลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีข่าวให้ความสนใจเซ็นสัญญากับ มาร์ติน โอเดการ์ด มิดฟิลด์ที่กำลังโชว์ฟอร์มก้าวหน้ากับ อาร์เซน่อล ปัจจุบันนี้ จากการรายงานของ ลิเวอร์พูลเอ็คโค่

มิดฟิลด์วัย 22 ปีย้ายจาก เรอัล มาดริด มาเล่นในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยสัญญายืมตัวจนกระทั่งจบฤดูเมื่อมกราคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา รวมทั้งเจ้าตัวก็ทำผลงานก้าวหน้าจนกระทั่งกลายเป็นกำลังสำคัญของ มิเกล อาร์เตต้า ในพักหลัง พร้อมด้วยมีข่าวเรื่องการย้ายทีมถาวรตามมาเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม เอ็คโค่ ได้อ้างรายงานจาก โฟโฟร์ทู ที่บอกว่า ทีมกษัตริย์ชุดขาว ได้แจ้งแก่นักเตะแล้วว่าเขาจะถูกขึ้นบัญชีขายในตลาดซัมเมอร์ขณะที่สัญญายังเหลืออีก 2 ปี เพราะไม่อยู่ในกลยุทธ์ทำทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมใหญ่ของทีม

ทำให้ อาร์เซน่อล ซึ่งกำลังใช้งาน โอเดการ์ด อยู่ปัจจุบันนี้อยากได้เก็บเขาไว้กับทีมถัดไป แต่พวกเขาบางครั้งอาจจะจะต้องพบกับทีมใหญ่ทั้งใน พรีเมียร์ลีก รวมทั้งยุโรปอย่าง ลิเวอร์พูล, เชลซี รวมทั้ง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่กำลังให้ความสนใจด้วยด้วยเหมือนกัน โดยคาดว่าจะมีค่าตัวอยู่ที่โดยประมาณ 40 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์ทีมชาติประเทศนอร์เวย์ลงเล่นให้กับ เดอะกันเนอร์ส ไปแล้ว 13 นัดทั้งใน พรีเมียร์ลีก รวมทั้ง ยูโรปาลีก โดยยิงได้ 2 ประตูจากทั้งคู่รายการ

สุดวุ่นวาย! ลำแข้งบาเลนเซีย วอล์กเอาต์ทั้งทีมหลัง “เดียกาบี้” โดนเหยียดผิว

ถือเป็นอีกทีที่วงการลูกหนังจำต้องแปดเปื้อนด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูถูกเชื้อชาติและก็สีผิว โดยเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในเกม ลา ลีกา ประเทศสเปน คู่ระหว่าง กาดิช ที่เปิดบ้านเจอกับ บาเลนเซีย เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ย. ก่อนหน้านี้

โดยเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 30 เมื่อมีจังหวะปะทะกันของ ฮวน กาล่า หน้าแข้งเจ้าถิ่นกับ มูคตาร์ เดียกาบี้ นักฟุตบอลกลุ่มเยี่ยม ซึ่งทั้งสองทะเลาะวิวาทกันก่อนที่ตัวรุกกาดิชจะหลุดพูดจาดูถูกเชื้อชาติออกมา ทำให้ ตัวรุกชาวประเทศฝรั่งเศส เก็บอารมณ์ไม่อยู่ปรี่เข้าไปหมายเอาการ จนกระทั่งเพื่อนจำต้องเข้ามาห้ามกัน

ซึ่ง หน้าแข้งวัย 24 ปี ที่เสียความรู้สึกมากๆจะตัดสินใจเดินออกจากสนามท่ามกลางความงุนงง ก่อนที่เพื่อนร่วมกลุ่มบาเลนเซีย จะพากันเดินออกจากสนามไปด้วย ทำให้เกมการแข่งขันชิงชัยจำต้องหยุดลงชั่วครั้งคราว

แต่ “ไอ้ค้างคาว” ที่เดินเข้าห้องพักก็กลับออกมาแข่งขันกันต่อในช่วงที่เหลือ แม้กระนั้นตัวของ มูคตาร์ เดียกาบี้ ตัดสินใจขอสลับตัวออกไม่เล่นในเกมนัดหมายนี้ ซึ่งในที่สุด บาเลนเซีย เป็นข้างแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2

ด้านสโมสรบาเลนเซีย ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับหัวข้อนี้ว่า “กลุ่มได้มีการสัมมนากัน และก็ตัดสินใจที่จะเล่นเกมนี้ถัดไป เพื่อเป็นเกียรติให้กับสโมสร แม้กระนั้นเราขอตำหนิการดูถูกผิวในทุกๆแบบอย่าง เราได้รับการขอจาก เดียกาบี้ ให้กลับไปแข่งขันต่อ นักฟุตบอลซึ่งถูกพูดจาดูถูกผิว ได้ขอให้เพื่อนร่วมกลุ่มของเขากลับไปลงในสนาม ซึ่งพวกเราพร้อมสนับสนุน และก็เป็นอันมากหัวใจให้กับเขา”

เอาให้ชัด! เสือเหลืองประกาศจุดยืนหลังข่าว “ฮาลันด์” ย้ายกลุ่มกระพือหนัก

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แสดงทีท่าแนะนำ ไม่โน ไรโอลา เอเยนต์มีชื่อเสียงว่า เอ้อร์ลิง ฮาลันด์ หัวหอกวันเดอร์คิดกลุ่มชาติประเทศนอร์เวย์ ไม่ได้มีไว้ขายสำหรับตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนนักเตะซัมเมอร์นี้อะไร นอกจากพวกเขาจะไม่สามารถที่จะคว้าโควต้าเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้

ไรโอลาเพิ่งจะถูกจับภาพได้ว่าเข้าหารือกับบาร์เซโลน่า เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้านี้ต่อด้วย เรอัล มาดริด ในวันเดียวกันกับข้อความสำคัญอนาคตของศูนย์หน้าวัย 20 ปี

โดยรายงานที่ผ่านมากล่าวว่าหมดทั้งตัวเขาและ อัลฟ์-อิงเก ฮาลันด์ ผู้เป็นพ่อของเอ้อร์ลิง มีหมุดหมายต่อไปเป็นอังกฤษ เพื่อพบกับผู้แทนจาก เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้ และ หงส์แดง

ทั้งนี้ ฮาลันด์มีค่าฉีกสัญญากับทัพเสือเหลือง แม้กระนั้นจะยังไม่เป็นผลจนกว่าจะถึงช่วงซัมเมอร์ 2022 แต่ฟอร์มของเจ้าตัวณ ตอนนี้รุนแรงกระทั่งกลายเป็นที่จับตาโดยสมาคมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ซึ่งดอร์ทมุนด์ปักป้ายแสดงราคาของกองหน้ารายนี้ไว้ราว 154 ล้านปอนด์เพื่อกันท่าเหล่าบิ๊กกลุ่มที่จ้องตาเป็นมัน และยังมีท่าทางจาก ไม่ชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของเสือเหลือง ซึ่งไม่ได้อยากที่จะปล่อยตัวปล่อยใจเขาออกจากกลุ่มอีกด้วย

“ผมได้คุยกับไรโอลาเมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ เราได้แสดงทีท่าแน่ชัด” ซอร์ค กล่าวให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ เยอรมนี

“พวกเรามีแผนการระยะยาวสำหรับเอ้อร์ลิง ส่วนข่าวซุบซิบที่เป็นกระแสณ ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาเลย ผมมองเห็นอนาคตสำหรับเพื่อการค้าหน้าแข้งของเขาอยู่กับเรา”

แม้กระนั้น รายงานจาก คิกเกอร์ สื่อเมืองเบียร์สดอีกสำนักชี้ว่า ดอร์ทมุนด์พร้อมที่จะปล่อยสตาร์วัยกระเตาะออกจากกลุ่มถ้าหากพวกเขาพลาดโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า

ช็อกคาบ้าน! เยอรมนี พลาดท่าปราชัย มาซิโดเนีย 1-2 คัดบอลโลก โซนยุโรป กลุ่ม เจ

เยอรมนี ช็อคไปพ่ายแพ้ต่อ มาสิโดเนีย คาบ้าน 2-1 เป็นความพ่ายครั้งแรกสำหรับเพื่อการคัดเลือกบอลโลก โซนยุโรป กรุ๊ป เจ

ศึกบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป กรุ๊ป เจ ที่ สนาม เอ็มเอสฟาว อารีน่า, ดุ๊ยส์บวร์ก ระหว่าง เยอรมนี ลงสนานมเจอ มาสิโดเนีย

ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมาได้ 9 นาที อินทรีเหล็ก คลาดโอกาสทองคำ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ยิงเต็มข้อแต่ว่าบอลชนคานอย่างจัง

เยอรมนี มีการสลับบางตำแหน่งในแผงหลังโดยให้ ระเบียง มายืนเซ็นเตอร์รวมทั้ง รับประทานเตอร์ ออกไปเล่นแบ็คขวา ส่วนทางด้าน โกเซนส์ ลงมาปฏิบัติงานแบ็คซ้ายมาสิโดเนีย มีการปรับจากระบบแบ็คโฟร์มาเป็นแผงหลัง 5 คนรวมทั้งมีตัวหลัแบบ เอลมาส, บาร์ดี้, ปานเดฟ รวมทั้ง ทรายคอฟสกี้ ลงในสนามพร้อม

มาสิโดเนีย อาจจะด้อยกว่าแต่ว่าพวกเขาหาช่องทางสวนกลับเจริญ นาทีที่ 40 เอซยาน อาลิออสกี้ ยิงฟรีคิกทำเอา แทร์ ชเตเก้น จำต้องออกแรงคุ้มครอง

ช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นทีมเยือนที่ออกนำ 1-0 เอซยาน อาลิออสกี้ เปิดจากซ้ายไปเสาไกล เอนิส บาร์ดี้ แต่ว่าเข้าในถึง โกรัน ปานเดฟ ยิงจ่อๆไม่เหลือ

อย่างไรก็ดีเยอรมนี ตีเสมอในนาทีที่ 62 จากจุดโทษ เอซยาน อาลิออสกี้ ไปทำฟาวล์ ลีรอย ซาเน่ ก่อนจะเป็น อิลคาย กุนโดกาน สังหารไม่พลาด 1-1นาทีที่ 73 ทีมจากเมืองเบียร์สดคลาดโอกาสแซงนำ โยชัว คิมมิค ยิงในกรอบเขตโทษแต่ว่ามีแผงหลังตามมาบล็อกได้จวนเจียน

กลับเป็น มาสิโดเนีย ที่ได้เฮในนาที 85 อารียาน อาเดมี่ ใส่เข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนจะเปิดเข้าในให้ เอลจีฟ เอลมาส ยิงไม่พลาด

จบเกม เยอรมนี ช็อคไปพ่ายแพ้ต่อ มาสิโดเนีย 2-1 เป็นความพ่ายครั้งแรกสำหรับเพื่อการคัดเลือกบอลโลกรวมทั้งส่งให้พวกเขารั้งอันดับ 3 ของกรุ๊ป เจโดยมีแต้มเท่ากับ มาสิโดเนีย

นอกเหนือจากนั้นเยอรมนี ยังแพ้เกมคัดเลือกบอลโลกเป็นหนแรกตั้งแต่แมื่อที่พ่ายแพ้ให้ อังกฤษ 5-1 เมื่อปี 2001

เต็งหนึ่ง! สื่อโหม ลิเวอร์พูล จ่อคว้าตัว “โคนาเต้” อุดแนวรับซัมเมอร์นี้

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าตัว อิบราฮิม่า โคนาเต้ แนวรับชาวฝรั่งเศสมาร่วมทีมในตอนซัมเมอร์นี้จากการรายงานของ ดิ แอธเลตำหนิก สื่อดังในแวดวงกีฬา

โดยสื่อเจ้าดังเผยว่า ทีมดังจากเกาะอังกฤษ เดินเรื่องสนทนากับ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิก สังกัดเดิมของเจ้าตัวในเวทีบุนเดสลีกา เยอรมนี เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเสวนาเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลง

“หงส์แดง” กำลังหาทางขจัดปัญหาแนวรับที่อ่อนยวบข้างหลังจะต้องเสีย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ที่ได้รับบาดเจ็บจะต้องพักยาว แถมผู้เล่นในแนวรับหลายรายยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง

ซึ่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ เชื่อว่า ปราการหลังวัย 21 ปี รายนี้จะเข้ามาอุดช่องโหว่ของทีมได้ โดยมีค่าฉีกข้อตกลงอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ราวๆ 1,470 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่า “หงส์แดง” พร้อมที่จะจ่ายเงินปริมาณดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

สำหรับ อิบราฮิม่า โคนาเต้ ย้ายจาก โซโชซ์ ทีมในลีกภูมิลำเนามาเล่นให้กับ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิก เมื่อปี 2017 ซึ่งก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเข้าตาแมวมองของยักษ์ใหญ่หลายทีมในยุโรป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ร่วมอยู่ด้วย

แนะเก่ง! ผู้ช่วยที่ปรึกษาอุรุกวัย เชื่อมั่น “คาวานี” ควรย้ายหนีผีแดง ไปอยู่ซบตัก โบคา จูเนียร์

มาริโอ เรบอลโล ผู้ช่วยผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอุรุกวัย ยืนยันว่าต้องการที่จะให้กองหน้าคนสำคัญอย่าง เอดินสัน คาวานี ย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปค้าแข้งกับ โบค้าง จูเนียร์ เพื่อผลตอบแทนของกองทัพจอมชั่วร้ายในอนาคต

“ผมไม่สนว่าใครจะคิดอย่างไร แต่ว่าส่วนตัวมองว่าหาก คาวานี ย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปอยู่กับ โบค้าง จูเนียร์ หรือสมาพันธ์อื่นๆจะมีประโยชน์ต่อกลุ่มชาติอุรุกวัยมากๆเลยล่ะ” เรบอลโล กล่าวกับ 2 De Punta

“สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเป็น นักเตะควรได้ค้าแข้งอยู่กับสมาพันธ์ที่เขารู้สึกบรรเทา สุขใจ ได้แข่งขันต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งกับคนอื่นๆอย่างเหมาะควรชอบธรรม”

“คาวานี เป็นสไตรเกอร์ระดับนานาชาติที่ยังสามารถเล่นเกมระดับสูงสุดได้อย่างสบายๆเพราะฉะนั้นเขาจะต้องอยู่ในจุดที่คู่ควรกับตัวเอง รวมทั้งหากไม่แฮปปี้กับชีวิตโดยรวมแล้วคุณไม่มีความจำเป็นต้องอดทนอะไรเลยก็ได้ด้วยซ้ำ”

“รวมทั้งหากกองหน้าที่เป็นคีย์แมนของเราภาวะจิตใจไม่โอเค แถมฟอร์มดร็อปลงด้วยเหตุว่าร้างสนามไปนาน ผลกระทบในด้านที่เสียหายย่อมเกิดกับทุกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเขาควรได้อยู่กับกลุ่มที่ดียิ่งกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในด้านของจังหวะลงเล่นรวมทั้งการแข่งขันชิงตำแหน่ง แล้วสุดท้ายอะไรๆมันจะดีขึ้นเอง”

ปกติที่ใด! สื่อดังจัด “ดุสิต” ติดโผกลุ่มแข้งจอมยิงประตูในนามกลุ่มชาติ

เล่นเอาวงการบอลเอเชียฮือฮาไม่น้อย เมื่อสื่อดังจากต่างประเทศจัดให้ ดุสิต เฉลิมแสน หรือ ผู้ฝึกสอนโอ่งน้ำ แห่งบีจี บงกช ยูไนเต็ด กลุ่มแชมป์ไทยลีกล่าสุด ติดกลุ่มดีเลิศในฐานะแข้งจอมทำประตูในระดับประเทศ

givemesport.com สื่อกีฬามีชื่อระดับโลก ได้เก็บข้อมูลและจัดกลุ่มลูกหนังขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “รวมดาวจอมทำประตูในกลุ่มชาติ” ซึ่งปรากฏว่ามีดาวดังของวงการลูกหนังอีกทั้งในสมัยก่อนและปัจจุบัน พาเหรดเข้ามาติดกลุ่มกันเนืองแน่น

โดยกลุ่มนี้นำมาโดย ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด สองซุปตาร์จอมเก๋าแห่งยุค ส่วน ดุสิต เฉลิมแสน เป็น 1 ใน 4 ดาวเตะชาวเอเชียที่ติดกลุ่มเข้ามาร่วมกับ อาลี ดาอี, คาขอบ บาเกรี สองตำนานของอิหร่าน และ มอกห์ตาร์ ดาฮาริ ตำนานดาวยิงผู้วายชนม์ของมาเลเซีย

ทีมรวมแข้งจอมยิงประตูในนามทีมชาติ (ระบบ 4-4-2)

ผู้รักษาประตู – โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต (ปารากวัย) 74 นัด 8 ประตู

แบ็กขวา – ดาริโอ เซอร์นา (โครเอเชีย) 134 นัด 22 ประตู
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ – เฟร์นันโด เอียร์โร (สเปน) 89 นัด 29 ประตู
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ – เซร์คิโอ รามอส (สเปน) 178 นัด 23 ประตู
แบ็กซ้าย – ดุสิต เฉลิมแสน (ไทย) 96 นัด 14 ประตู

ปีกขวา – ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนติน่า) 142 นัด 71 ประตู
กองกลาง – ซิโก้ (บราซิล) 72 นัด 52 ประตู
กองกลาง – คาริม บาเกรี (อิหร่าน) 87 นัด 50 ประตู
ปีกซ้าย – คริสเตียโน โรนัลโด (โปรตุเกส) 171 นัด 102 ประตู

กองหน้า – อาลี อาอี (อิหร่าน) 149 นัด 109 ประตู
กองหน้า – มอกห์ตาร์ ดาฮาริ (มาเลเซีย) 138 นัด 85 ประตู

สมปรารถนาเสียงส่วนใหญ่! พรีเมียร์ลีกประกาศเปิดซีซัน 2021/22 วันที่ 14 ส.ค.

มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า บอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าจะเริ่มออกสตาร์ทกันในวันที่ 14 เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นผลจากการที่หลายสมาพันธ์เพียรพยายามล็อบบี้ที่ขอให้เลื่อนการเปิดซีซันออกไปอีก 1 สัปดาห์ ตามรายงานจาก เดลี เมล

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในฤดูกาล 2021/22 มีตารางจะเริ่มการแข่งขันในวันที่ 7 เดือนสิงหาคม หรือเพียง 4 สัปดาห์ภายหลังจากจบศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ในตอนซัมเมอร์

แต่ สมาพันธ์ในพรีเมียร์ลีกต่างขออุทธรณ์เพื่อขอให้มีการเลื่อนเปิดฤดูออกไปอีกหนึ่งอาทิตย์เป็นวันที่ 14 เดือนสิงหาคม ซึ่งจะมีผลให้นักฟุตบอลที่ไปรับใช้กองทัพในศึกยูโร 2020 ได้มีเวลาพักเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ

สำหรับมูลเหตุที่หลายทีมต้องการที่จะให้เลื่อนการเปิดซีซันใหม่ออกไปอีก 1 สัปดาห์ เนื่องมาจากในฤดูกาลตอนนี้หรือซีซัน 2020/21 นั้นได้เลื่อนการเปิดฤดูมาเป็นวันที่ 12 กันยายนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช้ากว่าตารางธรรมดาถึงหนึ่งเดือน เนื่องแต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวัววิด 19 ที่ทำให้ควรจะมีการหยุดแข่งขันไปกว่า 3 เดือนในตอนเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายนเมื่อปีก่อน

ซึ่งผลจากการเลื่อนเปิดซีซันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้หลายทีมกำเนิดปัญหานักฟุตบอลได้รับบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หลายสมาพันธ์ในพรีเมียร์ลีกจึงได้ปรึกษากันรวมทั้งมีความเห็นด้วยกันว่าการขอเลื่อนการเปิดฤดูหน้าออกไปเป็นวันที่ 14 เดือนสิงหาคมจะมีผลให้นักฟุตบอลได้มีเวลาพักเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมรวมทั้งทำให้สมาพันธ์ได้เตรียมพร้อมได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วย